หากคุณสาว ๆ กลัวว่าการทำเล็บหรือทาเล็บบ่อย ๆ จะทำให้เล็บอ่อนแอ เปราะบาง ฉีกง่าย เรามีสูตรบำรุงมือและเล็บพร้อมกับผิวที่เนียนนุ่มมาเสิร์ฟกันค่ะ

ขั้นแรกก็แค่เตรียมน้ำอุ่นแล้วแช่มือลงไปประมาณ 2-3 นาที ซับมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ จากนั้นนำมะนาวครึ่งผลมาถูให้ทั่วทั้งเล็บและนิ้วแบบเบามือ ถูไปเรื่อย ๆ จนทั่ว แม้น้ำมะนาวหมดก็ให้ขัดถูต่อไปสักพัก และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เด็กจนสะอาด และซับให้แห้งอีกครั้ง

วิตามินและสารบำรุงผิวในผลและผิวมะนาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เล็บ และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใส แต่ไม่ควรทำในช่วงที่เล็บหรือนิ้วมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการแสบจากฤทธิ์ของน้ำมะนาวได้ค่ะ

Written on February 20th, 2012 , Uncategorized

คือวิธีการโกนขนอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีผิวเกลี้ยงเกลาแบบไร้ปัญหา

  คุณต้องแน่ใจว่าใบมีดโกนที่ใช้นั้นคมและสะอาด เพื่อที่คุณจะได้ลากใบมีดโกนผ่านผิวหนังได้น้อยลง (ผิวก็จะเกิดอาการระคายเคืองน้องลงตามไปด้วย เลือกมีโกนแบบที่มีใบมีดหลายๆใบก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะได้ไม่ต้องลากใบมีดโกนซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ

         เลือกใช้เจลโกนขนแบบโปร่งแสง ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อย่างชัดเจน

  วิธีลดอาการระคายเคืองบนผิวอีกวิธีหนึ่ง คือการโกนขนในทิศทางเดียวกับที่เส้นขนงอกขึ้นมา และถ้าจะให้ดีก็ควรโกนขนหลังอาบน้ำ เพื่อให้ไอร้อนช่วยให้เส้นขนและผิวนุ่มขึ้น 

ทิ้นท์เป็นเครื่องสำอางอีกหนึ่งชิ้นที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ มาก และมีขายอยู่อย่างแพร่หลายในร้านขายเครื่องสำอางเมืองไทย ทำให้หาซื้อง่าย และมีให้เลือกมากมายหลายระดับ หลายราคา แต่ในความหลากหลายนั้น คุณภาพย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในการซื้อควรจะเลือกให้ดี เพราะหากซื้อในราคาที่ถูกเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลร้ายกับร่างกายของตัวเราได้

ทำไมถึงต้องควรเลือกให้ดี ก็เพราะว่าทิ้นท์นั้น อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ เพราะว่าสีที่ใช้ทำทิ้นท์นั้นผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้ใช้สีจากสีผสมอาหาร แต่เป็นสีอย่างอื่น ซึ่งอาจจะมีสารเคมีผสมอยู่ เช่น นิกเกิล โลหะ ตะกั่ว ซึ่งสารเหล่านี้ใช้ในงานอุตสาหกรรม หากทิ้นท์ที่ไม่ได้คุณภาพมีสารพวกนี้ผสมอยู่ เมื่อนำทิ้นท์มาทาที่ริมฝีปาก สารที่อยู่ในสีก็จะซึมเข้าไปในร่างกายทางริมฝีปาก หรือไม่ก็ถูกกลืนลงไปในร่างกายได้ เมื่อใช้อย่างติดต่อกัน ก็จะสะสมในร่างกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อร่างกายได้

         เพราะฉะนั้นหากจะซื้อทิ้นท์มาใช้รวมถึงเครื่องสำอางอื่น ๆ ควรตรวจสอบให้ดีว่าผลิตภัณฑ์นั้นปลอดภัย โดยดูจากกล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลากบอกคุณสมบัติส่วนผสม แหล่งที่มาเชื่อถือได้ มีการรับรองจากองค์การต่าง ๆ และราคาสมเหตุสมผล ไม่ควรจะเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ราคาถูก เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเจอสารเคมีในเครื่องสำอาง หรืออาจจะเป็นเครื่องสำอางที่หมดอายุแล้ว เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย ควรใส่ใจก่อนที่จะซื้อ

Written on February 6th, 2012 , Uncategorized

ในยุคนี้ที่ความเชื่อไม่ค่อย มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทยมากมายเหมือนเมื่อก่อนพิธีกรรมต่าง ๆ ที่คนโบราณเคยถือปฏิบัติกันมา ก็ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลาทุกวัน ทุกวัน

ด้วยความคิดของคนที่เปลี่ยนไป และเห็นว่าพิธีกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำกันมานั้นแสนจะยุ่งยากมากความซะเหลือเกินและพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำศพก็คงเป็นหนึ่งในนั้นนั่นแหละค่ะ

เพราะสมัยนี้เวลามีคนตายเมื่อไหร่.. วัด ก็ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่รับหน้าที่ทำศพไปอย่างไม่ต้องสงสัย

อ๊ะ แต่อย่าได้เอาไปเทียบกับสมัยก่อนเชียวนะคุณ ๆ เพราะสำหรับคนโบราณแล้วกว่าจะถึงขั้นตอนการเผาศพหรือฝังศพได้เนี่ย ก็ต้องทำนู่นนี่อีรุงตุงนังมากมายเลยทีเดียวค่ะ

แต่ขั้นตอนของการทำศพในสมัยก่อนจะต้องทำอะไรบ้างก่อนหลัง คงไม่ขอพูดถึงดีกว่าเพราะมันคงยาวยืดไปหลายตอนเลยทีเดียว.. เอาเป็นว่าครั้งนี้ ขอหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศพของคนสมัยก่อนที่ไม่มีให้เห็นแล้วในสมัยนี้มาเล่าให้เด็กสมัยใหม่ฟังกันดีกว่า

ว่าแล้วก็ไปดูกันว่า พิธีกรรมการทำศพที่เลือนหายไปแล้วน่ะมีอะไรบ้าง

1. เงินปากผี สมัยก่อนคนโบราณจะนำเงินพดด้วงผูกเชือกใส่ไว้ในปากศพ ด้วยความเชื่ออยู่ 3 อย่างค่ะ

หนึ่ง คือ เป็นปริศนาธรรมว่าคนตายไปแล้ว แม้แต่เงินทองก็เอาไปไม่ได้

สอง คือ เป็นค่าจ้างให้กับสัปเหร่อ เพราะเจ้าภาพต้องวุ่นอยู่กับการต้อนรับแขก

ไม่มีเวลาเอามาให้สัปเหร่อโดยตรง เลยเอาเงินค่าจ้างใส่ปากศพไว้ให้สัปเหร่อล้วงเอาไปนั่นแหละ

สาม คือ เป็นค่าจ้างสำหรับผู้นำดวงวิญญาณของคนตายไปสู่โลกของวิญญาณ

2. หมากปากผี คนโบราณจะตำหมากใส่ปากศพเพื่อเป็นปริศนาธรรมว่า

นอกจากคนตายจะเอาทรัพย์สินไปไม่ได้แล้ว แม้แต่หมากที่คนโบราณชอบเคี้ยวกันทุกวัน พอตายไป ต่อให้ป้อนให้ก็ไม่สามารถเคี้ยวได้อีกต่อไปเหมือนกัน

3. อาบน้ำศพ คำว่าอาบน้ำศพของคนโบราณ คือการอาบน้ำทั้งตัวเลยค่ะ โดยจะต้มน้ำแล้วใส่สมุนไพรต่าง ๆ ลงไป จากนั้นรอให้น้ำอุ่นก่อนค่อยเอามาอาบน้ำให้ศพ แล้วค่อยอาบด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ก่อนฟอกด้วยขมิ้นชันเป็นอันเสร็จพิธี

ส่วนพิธีรดน้ำที่มือศพที่หลายคนเรียกกันว่าอาบน้ำศพในสมัยนี้ ต้องเรียกว่า รดน้ำศพ ถึงจะถูกค่ะ

4. ประตูป่า ก็ คือประตูที่ทำเพื่อเอาศพออกโดยเฉพาะ ซึ่งสมัยก่อนคนโบราณจะรื้อฝาบ้านแล้วเอากิ่งไม้มาปักไว้แล้วรวบเป็นซุ้ม แล้วค่อยนำศพออกจากบ้าน โดยเอาปลายเท้าศพออกก่อน เพื่อไม่ให้ศพเห็นบ้านได้ ซึ่งพอเอาศพออกไปแล้ว เค้าก็จะรื้อประตูป่าทิ้งทันที แล้วปิดฝาบ้านที่ทำแบบนี้ เพราะเชื่อว่าวิญญาณคนตายจะหาทางเข้าบ้านไม่ได้นั่นเอง(สมัยนี้ จะให้ทุบกำแพงบ้านที่เป็นปูนก็กระไรอยู่.. ก็มันไม่ได้ทำด้วยไม้เหมือนแต่ก่อนนี่หว่า)

5. บันไดผี นอก จากศพจะออกทางประตูไม่ได้แล้ว ยังลงบันไดเดียวกับคนเป็นไม่ได้ด้วยค่ะดังนั้นเมื่อเอาศพออกจากบ้านแล้ว ต้องทำบันไดชั่วคราวไว้สำหรับขนศพลง พอขนศพลงปุ๊บ ก็รื้อบันไดออกทันที ด้วยความเชื่อเดียวกันว่า จะทำให้วิญญาณกลับบ้านไม่ได้ให้ไปอยู่ในโลกของวิญญาณ ไม่ต้องห่วงลูกห่วงอะไรทางโลกคนเป็นอีก

6. บอกทางวิญญาณ เป็น พิธีที่ทำขณะขนศพไปวัด โดยญาติจะบอกทางกับศพไปตลอดทางว่าเลี้ยวซ้ายนะ เลี้ยวขวาแล้วนะ เพื่อให้วิญญาณตามศพไปค่ะ พิธีนี้ยังเห็นเค้าทำกันอยู่บ้างแถบภาคอีสานค่ะ

7. ซัดข้าวสาร ปัดเสนียดจัญไร สมัยโบราณตอนเอาศพออกจากบ้าน ถือว่าต้องปัดความอัปมงคลออกจากบ้านด้วยการซัดข้าวสารพร้อมคาถา เพื่อให้ความอัปมงคลจากไปพร้อมกับศพค่ะ

8. โปรยข้าวสารตอก ขณะ เคลื่อนศพไปวัด คนโบราณจะโปรยข้าวสารตอกเป็นปริศนาธรรมให้กับคนเป็นว่า คนเราตายแล้วไม่ฟื้น ก็เหมือนข้าวสารตอกที่โปรยลงดินแล้วไม่งอกขึ้นได้นั่นแหละ

9. จุดเทียนขี้ผึ้ง แต่ก่อนพอคนตายแล้ว ยังไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่าตายจริงหรือเปล่า

ดังนั้นคนโบราณจะใช้การจุดเทียนขี้ผึ้งแล้วรอจนกว่าเทียนดับ ถ้าเทียนดับแล้วไม่ฟื้นก็แสดงว่าคนตายแน่แล้ว ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกค่ะ

10. หวีผมแล้วหักหวี เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ามีที่ไหนยังทำอยู่หรือเปล่านะคะ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนเค้าจะหวีผมให้ศพ โดยหวี 3 ครั้ง หวีไปข้างหน้าซีกหนึ่ง ข้างหลังซีกหนึ่ง สำหรับคนเป็นและตายเสร็จแล้วจะหักหวี อันนี้เป็นปริศนาธรรมอีกว่า หวีดี ๆ พอถูกหักก็ใช้การไม่ได้อีกเหมือนชีวิตคนนั่นแหละ

Written on February 4th, 2012 , Uncategorized

fitnessunity.com is proudly powered by WordPress and the Theme Adventure by Eric Schwarz
Entries (RSS) and Comments (RSS).

fitnessunity.com

สาระทั่วไป