<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>fitnessunity.com</title>
	<atom:link href="http://fitnessunity.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://fitnessunity.com</link>
	<description>สาระทั่วไป</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Feb 2012 08:46:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>บำรุงมือและเล็บด้วย มะนาว</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 08:46:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณสาว ๆ กลัวว่าการทำเล็บหรือทาเล็บบ่อย ๆ จะทำให้เล็บอ่อนแอ เปราะบาง ฉีกง่าย เรามีสูตรบำรุงมือและเล็บพร้อมกับผิวที่เนียนนุ่มมาเสิร์ฟกันค่ะ ขั้นแรกก็แค่เตรียมน้ำอุ่นแล้วแช่มือลงไปประมาณ 2-3 นาที ซับมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ จากนั้นนำมะนาวครึ่งผลมาถูให้ทั่วทั้งเล็บและนิ้วแบบเบามือ ถูไปเรื่อย ๆ จนทั่ว แม้น้ำมะนาวหมดก็ให้ขัดถูต่อไปสักพัก และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เด็กจนสะอาด และซับให้แห้งอีกครั้ง วิตามินและสารบำรุงผิวในผลและผิวมะนาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เล็บ และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใส แต่ไม่ควรทำในช่วงที่เล็บหรือนิ้วมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการแสบจากฤทธิ์ของน้ำมะนาวได้ค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/Artist2/49005595.jpg" alt="" /></p>
<p>หากคุณสาว ๆ กลัวว่าการทำเล็บหรือทาเล็บบ่อย ๆ จะทำให้เล็บอ่อนแอ เปราะบาง ฉีกง่าย เรามีสูตรบำรุงมือและเล็บพร้อมกับผิวที่เนียนนุ่มมาเสิร์ฟกันค่ะ</p>
<p>ขั้นแรกก็แค่เตรียมน้ำอุ่นแล้วแช่มือลงไปประมาณ 2-3 นาที ซับมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ จากนั้นนำมะนาวครึ่งผลมาถูให้ทั่วทั้งเล็บและนิ้วแบบเบามือ ถูไปเรื่อย ๆ จนทั่ว แม้น้ำมะนาวหมดก็ให้ขัดถูต่อไปสักพัก และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เด็กจนสะอาด และซับให้แห้งอีกครั้ง</p>
<p>วิตามินและสารบำรุงผิวในผลและผิวมะนาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เล็บ และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใส แต่ไม่ควรทำในช่วงที่เล็บหรือนิ้วมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการแสบจากฤทธิ์ของน้ำมะนาวได้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โกนขนให้ถูกวิธี</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 05:59:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[คือวิธีการโกนขนอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีผิวเกลี้ยงเกลาแบบไร้ปัญหา   คุณต้องแน่ใจว่าใบมีดโกนที่ใช้นั้นคมและสะอาด เพื่อที่คุณจะได้ลากใบมีดโกนผ่านผิวหนังได้น้อยลง (ผิวก็จะเกิดอาการระคายเคืองน้องลงตามไปด้วย เลือกมีโกนแบบที่มีใบมีดหลายๆใบก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะได้ไม่ต้องลากใบมีดโกนซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ          เลือกใช้เจลโกนขนแบบโปร่งแสง ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อย่างชัดเจน   วิธีลดอาการระคายเคืองบนผิวอีกวิธีหนึ่ง คือการโกนขนในทิศทางเดียวกับที่เส้นขนงอกขึ้นมา และถ้าจะให้ดีก็ควรโกนขนหลังอาบน้ำ เพื่อให้ไอร้อนช่วยให้เส้นขนและผิวนุ่มขึ้น ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img src="http://images.thaiza.com/27/27_201201231326191..jpg" alt="" width="285" height="300" /></div>
<p><strong><span style="color: #333300;">คือวิธีการโกนขนอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีผิวเกลี้ยงเกลาแบบไร้ปัญหา<br />
</span></strong><br />
<img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212207051..gif" alt="" width="19" height="19" /><span style="color: #0000ff;">  คุณต้องแน่ใจว่าใบมีดโกนที่ใช้นั้นคมและสะอาด</span> เพื่อที่คุณจะได้ลากใบมีดโกนผ่านผิวหนังได้น้อยลง (ผิวก็จะเกิดอาการระคายเคืองน้องลงตามไปด้วย เลือกมีโกนแบบที่มีใบมีดหลายๆใบก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะได้ไม่ต้องลากใบมีดโกนซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ</p>
<p><span style="color: #0000ff;">       <img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212207051..gif" alt="" width="19" height="19" />  เลือกใช้เจลโกนขนแบบโปร่งแสง</span> ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อย่างชัดเจน</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/195/195_201103212207051..gif" alt="" width="19" height="19" />  วิธีลดอาการระคายเคืองบนผิวอีกวิธีหนึ่ง <span style="color: #0000ff;">คือการโกนขนในทิศทางเดียวกับที่เส้นขนงอกขึ้นมา และถ้าจะให้ดีก็ควรโกนขนหลังอาบน้ำ เพื่อให้ไอร้อนช่วยให้เส้นขนและผิวนุ่มขึ้น </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกทิ้นท์ให้ปลอดภัยห่างไกลจากมะเร็ง</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 05:56:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[ทิ้นท์เป็นเครื่องสำอางอีกหนึ่งชิ้นที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ มาก และมีขายอยู่อย่างแพร่หลายในร้านขายเครื่องสำอางเมืองไทย ทำให้หาซื้อง่าย และมีให้เลือกมากมายหลายระดับ หลายราคา แต่ในความหลากหลายนั้น คุณภาพย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในการซื้อควรจะเลือกให้ดี เพราะหากซื้อในราคาที่ถูกเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลร้ายกับร่างกายของตัวเราได้ ทำไมถึงต้องควรเลือกให้ดี ก็เพราะว่าทิ้นท์นั้น อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ เพราะว่าสีที่ใช้ทำทิ้นท์นั้นผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้ใช้สีจากสีผสมอาหาร แต่เป็นสีอย่างอื่น ซึ่งอาจจะมีสารเคมีผสมอยู่ เช่น นิกเกิล โลหะ ตะกั่ว ซึ่งสารเหล่านี้ใช้ในงานอุตสาหกรรม หากทิ้นท์ที่ไม่ได้คุณภาพมีสารพวกนี้ผสมอยู่ เมื่อนำทิ้นท์มาทาที่ริมฝีปาก สารที่อยู่ในสีก็จะซึมเข้าไปในร่างกายทางริมฝีปาก หรือไม่ก็ถูกกลืนลงไปในร่างกายได้ เมื่อใช้อย่างติดต่อกัน ก็จะสะสมในร่างกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อร่างกายได้          เพราะฉะนั้นหากจะซื้อทิ้นท์มาใช้รวมถึงเครื่องสำอางอื่น ๆ ควรตรวจสอบให้ดีว่าผลิตภัณฑ์นั้นปลอดภัย โดยดูจากกล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลากบอกคุณสมบัติส่วนผสม แหล่งที่มาเชื่อถือได้ มีการรับรองจากองค์การต่าง ๆ และราคาสมเหตุสมผล ไม่ควรจะเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ราคาถูก เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเจอสารเคมีในเครื่องสำอาง หรืออาจจะเป็นเครื่องสำอางที่หมดอายุแล้ว เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย ควรใส่ใจก่อนที่จะซื้อ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img src="http://images.thaiza.com/27/27_20120123134337..jpg" alt="" width="239" height="337" /></div>
<p style="text-align: justify;">
<p>ทิ้นท์เป็นเครื่องสำอางอีกหนึ่งชิ้นที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ มาก และมีขายอยู่อย่างแพร่หลายในร้านขายเครื่องสำอางเมืองไทย ทำให้หาซื้อง่าย และมีให้เลือกมากมายหลายระดับ หลายราคา แต่ในความหลากหลายนั้น คุณภาพย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในการซื้อควรจะเลือกให้ดี เพราะหากซื้อในราคาที่ถูกเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลร้ายกับร่างกายของตัวเราได้</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/195/195_201006091536022..gif" alt="" width="18" height="18" /> <strong>ทำไมถึงต้องควรเลือกให้ดี</strong> <span style="color: #993366;">ก็เพราะว่าทิ้นท์นั้น อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ เพราะว่าสีที่ใช้ทำทิ้นท์นั้นผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้ใช้สีจากสีผสมอาหาร แต่เป็นสีอย่างอื่น ซึ่งอาจจะมีสารเคมีผสมอยู่ เช่น นิกเกิล โลหะ ตะกั่ว ซึ่งสารเหล่านี้ใช้ในงานอุตสาหกรรม หากทิ้นท์ที่ไม่ได้คุณภาพมีสารพวกนี้ผสมอยู่ เมื่อนำทิ้นท์มาทาที่ริมฝีปาก สารที่อยู่ในสีก็จะซึมเข้าไปในร่างกายทางริมฝีปาก หรือไม่ก็ถูกกลืนลงไปในร่างกายได้ เมื่อใช้อย่างติดต่อกัน ก็จะสะสมในร่างกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อร่างกายได้</p>
<p></span>        <img src="http://images.thaiza.com/195/195_20100609153602..gif" alt="" width="16" height="16" /> เพราะฉะนั้นหากจะซื้อทิ้นท์มาใช้รวมถึงเครื่องสำอางอื่น ๆ <span style="color: #008080;"><strong>ควรตรวจสอบให้ดีว่าผลิตภัณฑ์นั้นปลอดภัย โดยดูจากกล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลากบอกคุณสมบัติส่วนผสม แหล่งที่มาเชื่อถือได้ มีการรับรองจากองค์การต่าง ๆ และราคาสมเหตุสมผล ไม่ควรจะเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ราคาถูก เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเจอสารเคมีในเครื่องสำอาง หรืออาจจะเป็นเครื่องสำอางที่หมดอายุแล้ว เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย ควรใส่ใจก่อนที่จะซื้อ</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปริศนาธรรมจากงานศพแบบโบราณ</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 04:21:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคนี้ที่ความเชื่อไม่ค่อย มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทยมากมายเหมือนเมื่อก่อนพิธีกรรมต่าง ๆ ที่คนโบราณเคยถือปฏิบัติกันมา ก็ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลาทุกวัน ทุกวัน ด้วยความคิดของคนที่เปลี่ยนไป และเห็นว่าพิธีกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำกันมานั้นแสนจะยุ่งยากมากความซะเหลือเกินและพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำศพก็คงเป็นหนึ่งในนั้นนั่นแหละค่ะ เพราะสมัยนี้เวลามีคนตายเมื่อไหร่.. วัด ก็ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่รับหน้าที่ทำศพไปอย่างไม่ต้องสงสัย อ๊ะ แต่อย่าได้เอาไปเทียบกับสมัยก่อนเชียวนะคุณ ๆ เพราะสำหรับคนโบราณแล้วกว่าจะถึงขั้นตอนการเผาศพหรือฝังศพได้เนี่ย ก็ต้องทำนู่นนี่อีรุงตุงนังมากมายเลยทีเดียวค่ะ แต่ขั้นตอนของการทำศพในสมัยก่อนจะต้องทำอะไรบ้างก่อนหลัง คงไม่ขอพูดถึงดีกว่าเพราะมันคงยาวยืดไปหลายตอนเลยทีเดียว.. เอาเป็นว่าครั้งนี้ ขอหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศพของคนสมัยก่อนที่ไม่มีให้เห็นแล้วในสมัยนี้มาเล่าให้เด็กสมัยใหม่ฟังกันดีกว่า ว่าแล้วก็ไปดูกันว่า พิธีกรรมการทำศพที่เลือนหายไปแล้วน่ะมีอะไรบ้าง 1. เงินปากผี สมัยก่อนคนโบราณจะนำเงินพดด้วงผูกเชือกใส่ไว้ในปากศพ ด้วยความเชื่ออยู่ 3 อย่างค่ะ หนึ่ง คือ เป็นปริศนาธรรมว่าคนตายไปแล้ว แม้แต่เงินทองก็เอาไปไม่ได้ สอง คือ เป็นค่าจ้างให้กับสัปเหร่อ เพราะเจ้าภาพต้องวุ่นอยู่กับการต้อนรับแขก ไม่มีเวลาเอามาให้สัปเหร่อโดยตรง เลยเอาเงินค่าจ้างใส่ปากศพไว้ให้สัปเหร่อล้วงเอาไปนั่นแหละ สาม คือ เป็นค่าจ้างสำหรับผู้นำดวงวิญญาณของคนตายไปสู่โลกของวิญญาณ 2. หมากปากผี คนโบราณจะตำหมากใส่ปากศพเพื่อเป็นปริศนาธรรมว่า นอกจากคนตายจะเอาทรัพย์สินไปไม่ได้แล้ว แม้แต่หมากที่คนโบราณชอบเคี้ยวกันทุกวัน พอตายไป ต่อให้ป้อนให้ก็ไม่สามารถเคี้ยวได้อีกต่อไปเหมือนกัน 3. อาบน้ำศพ คำว่าอาบน้ำศพของคนโบราณ คือการอาบน้ำทั้งตัวเลยค่ะ โดยจะต้มน้ำแล้วใส่สมุนไพรต่าง ๆ ลงไป จากนั้นรอให้น้ำอุ่นก่อนค่อยเอามาอาบน้ำให้ศพ แล้วค่อยอาบด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ก่อนฟอกด้วยขมิ้นชันเป็นอันเสร็จพิธี ส่วนพิธีรดน้ำที่มือศพที่หลายคนเรียกกันว่าอาบน้ำศพในสมัยนี้ ต้องเรียกว่า รดน้ำศพ ถึงจะถูกค่ะ 4. ประตูป่า ก็ คือประตูที่ทำเพื่อเอาศพออกโดยเฉพาะ ซึ่งสมัยก่อนคนโบราณจะรื้อฝาบ้านแล้วเอากิ่งไม้มาปักไว้แล้วรวบเป็นซุ้ม แล้วค่อยนำศพออกจากบ้าน โดยเอาปลายเท้าศพออกก่อน เพื่อไม่ให้ศพเห็นบ้านได้ ซึ่งพอเอาศพออกไปแล้ว เค้าก็จะรื้อประตูป่าทิ้งทันที แล้วปิดฝาบ้านที่ทำแบบนี้ เพราะเชื่อว่าวิญญาณคนตายจะหาทางเข้าบ้านไม่ได้นั่นเอง(สมัยนี้ จะให้ทุบกำแพงบ้านที่เป็นปูนก็กระไรอยู่.. ก็มันไม่ได้ทำด้วยไม้เหมือนแต่ก่อนนี่หว่า) 5. บันไดผี นอก จากศพจะออกทางประตูไม่ได้แล้ว ยังลงบันไดเดียวกับคนเป็นไม่ได้ด้วยค่ะดังนั้นเมื่อเอาศพออกจากบ้านแล้ว ต้องทำบันไดชั่วคราวไว้สำหรับขนศพลง พอขนศพลงปุ๊บ ก็รื้อบันไดออกทันที ด้วยความเชื่อเดียวกันว่า จะทำให้วิญญาณกลับบ้านไม่ได้ให้ไปอยู่ในโลกของวิญญาณ ไม่ต้องห่วงลูกห่วงอะไรทางโลกคนเป็นอีก 6. บอกทางวิญญาณ เป็น พิธีที่ทำขณะขนศพไปวัด โดยญาติจะบอกทางกับศพไปตลอดทางว่าเลี้ยวซ้ายนะ เลี้ยวขวาแล้วนะ เพื่อให้วิญญาณตามศพไปค่ะ พิธีนี้ยังเห็นเค้าทำกันอยู่บ้างแถบภาคอีสานค่ะ 7. ซัดข้าวสาร ปัดเสนียดจัญไร สมัยโบราณตอนเอาศพออกจากบ้าน ถือว่าต้องปัดความอัปมงคลออกจากบ้านด้วยการซัดข้าวสารพร้อมคาถา เพื่อให้ความอัปมงคลจากไปพร้อมกับศพค่ะ 8. โปรยข้าวสารตอก ขณะ เคลื่อนศพไปวัด คนโบราณจะโปรยข้าวสารตอกเป็นปริศนาธรรมให้กับคนเป็นว่า คนเราตายแล้วไม่ฟื้น ก็เหมือนข้าวสารตอกที่โปรยลงดินแล้วไม่งอกขึ้นได้นั่นแหละ 9. จุดเทียนขี้ผึ้ง แต่ก่อนพอคนตายแล้ว ยังไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่าตายจริงหรือเปล่า ดังนั้นคนโบราณจะใช้การจุดเทียนขี้ผึ้งแล้วรอจนกว่าเทียนดับ ถ้าเทียนดับแล้วไม่ฟื้นก็แสดงว่าคนตายแน่แล้ว ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกค่ะ 10. หวีผมแล้วหักหวี เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ามีที่ไหนยังทำอยู่หรือเปล่านะคะ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนเค้าจะหวีผมให้ศพ โดยหวี 3 ครั้ง หวีไปข้างหน้าซีกหนึ่ง ข้างหลังซีกหนึ่ง สำหรับคนเป็นและตายเสร็จแล้วจะหักหวี อันนี้เป็นปริศนาธรรมอีกว่า หวีดี ๆ พอถูกหักก็ใช้การไม่ได้อีกเหมือนชีวิตคนนั่นแหละ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img src="http://images.thaiza.com/33/33_20081008151922..jpg" alt="" width="400" height="338" /></div>
<p><span style="font-size: x-small;">ในยุคนี้ที่ความเชื่อไม่ค่อย มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทยมากมายเหมือนเมื่อก่อนพิธีกรรมต่าง ๆ ที่คนโบราณเคยถือปฏิบัติกันมา ก็ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลาทุกวัน ทุกวัน</p>
<p>ด้วยความคิดของคนที่เปลี่ยนไป และเห็นว่าพิธีกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำกันมานั้นแสนจะยุ่งยากมากความซะเหลือเกินและพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำศพก็คงเป็นหนึ่งในนั้นนั่นแหละค่ะ</p>
<p>เพราะสมัยนี้เวลามีคนตายเมื่อไหร่.. วัด ก็ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่รับหน้าที่ทำศพไปอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p>อ๊ะ แต่อย่าได้เอาไปเทียบกับสมัยก่อนเชียวนะคุณ ๆ เพราะสำหรับคนโบราณแล้วกว่าจะถึงขั้นตอนการเผาศพหรือฝังศพได้เนี่ย ก็ต้องทำนู่นนี่อีรุงตุงนังมากมายเลยทีเดียวค่ะ</p>
<p>แต่ขั้นตอนของการทำศพในสมัยก่อนจะต้องทำอะไรบ้างก่อนหลัง คงไม่ขอพูดถึงดีกว่าเพราะมันคงยาวยืดไปหลายตอนเลยทีเดียว.. เอาเป็นว่าครั้งนี้ ขอหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศพของคนสมัยก่อนที่ไม่มีให้เห็นแล้วในสมัยนี้มาเล่าให้เด็กสมัยใหม่ฟังกันดีกว่า</p>
<p>ว่าแล้วก็ไปดูกันว่า พิธีกรรมการทำศพที่เลือนหายไปแล้วน่ะมีอะไรบ้าง</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">1. เงินปากผี</span></span> สมัยก่อนคนโบราณจะนำเงินพดด้วงผูกเชือกใส่ไว้ในปากศพ ด้วยความเชื่ออยู่ 3 อย่างค่ะ</p>
<p>หนึ่ง คือ เป็นปริศนาธรรมว่าคนตายไปแล้ว แม้แต่เงินทองก็เอาไปไม่ได้</p>
<p>สอง คือ เป็นค่าจ้างให้กับสัปเหร่อ เพราะเจ้าภาพต้องวุ่นอยู่กับการต้อนรับแขก</p>
<p>ไม่มีเวลาเอามาให้สัปเหร่อโดยตรง เลยเอาเงินค่าจ้างใส่ปากศพไว้ให้สัปเหร่อล้วงเอาไปนั่นแหละ</p>
<p>สาม คือ เป็นค่าจ้างสำหรับผู้นำดวงวิญญาณของคนตายไปสู่โลกของวิญญาณ</p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">2. หมากปากผี</span></span></strong> คนโบราณจะตำหมากใส่ปากศพเพื่อเป็นปริศนาธรรมว่า</p>
<p>นอกจากคนตายจะเอาทรัพย์สินไปไม่ได้แล้ว แม้แต่หมากที่คนโบราณชอบเคี้ยวกันทุกวัน พอตายไป ต่อให้ป้อนให้ก็ไม่สามารถเคี้ยวได้อีกต่อไปเหมือนกัน</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">3. อาบน้ำศพ</span></span> คำว่าอาบน้ำศพของคนโบราณ คือการอาบน้ำทั้งตัวเลยค่ะ โดยจะต้มน้ำแล้วใส่สมุนไพรต่าง ๆ ลงไป จากนั้นรอให้น้ำอุ่นก่อนค่อยเอามาอาบน้ำให้ศพ แล้วค่อยอาบด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ก่อนฟอกด้วยขมิ้นชันเป็นอันเสร็จพิธี</p>
<p>ส่วนพิธีรดน้ำที่มือศพที่หลายคนเรียกกันว่าอาบน้ำศพในสมัยนี้ ต้องเรียกว่า รดน้ำศพ ถึงจะถูกค่ะ</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">4. ประตูป่า</span></span> ก็ คือประตูที่ทำเพื่อเอาศพออกโดยเฉพาะ ซึ่งสมัยก่อนคนโบราณจะรื้อฝาบ้านแล้วเอากิ่งไม้มาปักไว้แล้วรวบเป็นซุ้ม แล้วค่อยนำศพออกจากบ้าน โดยเอาปลายเท้าศพออกก่อน เพื่อไม่ให้ศพเห็นบ้านได้ ซึ่งพอเอาศพออกไปแล้ว เค้าก็จะรื้อประตูป่าทิ้งทันที แล้วปิดฝาบ้านที่ทำแบบนี้ เพราะเชื่อว่าวิญญาณคนตายจะหาทางเข้าบ้านไม่ได้นั่นเอง(สมัยนี้ จะให้ทุบกำแพงบ้านที่เป็นปูนก็กระไรอยู่.. ก็มันไม่ได้ทำด้วยไม้เหมือนแต่ก่อนนี่หว่า)</p>
<p><span style="color: #ff6600; font-size: small;">5. </span><span style="color: #ff6600; font-size: small;">บันไดผี</span> นอก จากศพจะออกทางประตูไม่ได้แล้ว ยังลงบันไดเดียวกับคนเป็นไม่ได้ด้วยค่ะดังนั้นเมื่อเอาศพออกจากบ้านแล้ว ต้องทำบันไดชั่วคราวไว้สำหรับขนศพลง พอขนศพลงปุ๊บ ก็รื้อบันไดออกทันที ด้วยความเชื่อเดียวกันว่า จะทำให้วิญญาณกลับบ้านไม่ได้ให้ไปอยู่ในโลกของวิญญาณ ไม่ต้องห่วงลูกห่วงอะไรทางโลกคนเป็นอีก</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">6. บอกทางวิญญาณ</span></span> เป็น พิธีที่ทำขณะขนศพไปวัด โดยญาติจะบอกทางกับศพไปตลอดทางว่าเลี้ยวซ้ายนะ เลี้ยวขวาแล้วนะ เพื่อให้วิญญาณตามศพไปค่ะ พิธีนี้ยังเห็นเค้าทำกันอยู่บ้างแถบภาคอีสานค่ะ</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">7. ซัดข้าวสาร</span></span> ปัดเสนียดจัญไร สมัยโบราณตอนเอาศพออกจากบ้าน ถือว่าต้องปัดความอัปมงคลออกจากบ้านด้วยการซัดข้าวสารพร้อมคาถา เพื่อให้ความอัปมงคลจากไปพร้อมกับศพค่ะ</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">8. โปรยข้าวสารตอก</span></span> ขณะ เคลื่อนศพไปวัด คนโบราณจะโปรยข้าวสารตอกเป็นปริศนาธรรมให้กับคนเป็นว่า คนเราตายแล้วไม่ฟื้น ก็เหมือนข้าวสารตอกที่โปรยลงดินแล้วไม่งอกขึ้นได้นั่นแหละ</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">9. จุดเทียนขี้ผึ้ง</span></span> แต่ก่อนพอคนตายแล้ว ยังไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่าตายจริงหรือเปล่า</p>
<p>ดังนั้นคนโบราณจะใช้การจุดเทียนขี้ผึ้งแล้วรอจนกว่าเทียนดับ ถ้าเทียนดับแล้วไม่ฟื้นก็แสดงว่าคนตายแน่แล้ว ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกค่ะ</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff6600;">10. หวีผมแล้วหักหวี</span></span> เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ามีที่ไหนยังทำอยู่หรือเปล่านะคะ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนเค้าจะหวีผมให้ศพ โดยหวี 3 ครั้ง หวีไปข้างหน้าซีกหนึ่ง ข้างหลังซีกหนึ่ง สำหรับคนเป็นและตายเสร็จแล้วจะหักหวี อันนี้เป็นปริศนาธรรมอีกว่า หวีดี ๆ พอถูกหักก็ใช้การไม่ได้อีกเหมือนชีวิตคนนั่นแหละ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดื่มนมเป็นประจำ ช่วยลดน้ำหนักได้นะจะบอกให้</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 14:27:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[เคล็ดลับอันนี้คงเป็นที่ถูกใจของสาว ๆ ที่ชื่นชอบการดื่มอยู่แล้วนะคะ เพราะการที่คุณดื่มนมหรือทานโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยลดน้ำหนักลงได้ ด้วยคุณประโยชน์ที่มีในน้ำนมอย่างแคลเซียมนั่นแหละค่ะ ที่เป็นคำตอบในการลดน้ำหนัก เพราะแคลเซียมจะไปขัดขวางการสร้างหรือสะสมของไขมันในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลทำให้ระบบการเผาผลาญดีมากขึ้น และทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุดค่ะ และถ้าหากคุณสามารถดื่มนมได้วันละ 3-4 กล่อง ก็จะยิ่งทำให้น้ำหนักลดลงได้มากกว่าการทานอาหารเสริมที่แคลเซียมเป็นส่วนประกอบซะอีกนะคะ  ถ้าหากใครที่กำลังจะหันมาดื่มนมเพื่อลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ ควรจะคำนึงถึงปริมาณแคลเซียมและโปรตีนที่จะได้รับจากการดื่มนมชนิดนั้น ๆ ด้วย ซึ่งควรเลือกชนิดที่ให้แคลเซียมและโปรตีนสูง แต่ให้พลังงานต่ำ เช่น นมพร่องไขมัน นมขาดมันเนย หรือโยเกิร์ตพร่องไขมัน เป็นต้น ที่สำคัญต้องเลือกแบบรสธรรมชาติ หรือรสจืดมากกว่ารสอื่น ๆ เพราะมีการปรุงแต่งหรือเติมน้ำตาลในประมาณที่น้อย และปริมาณแคลเซียมในนมแต่ละชนิดก็ไม่เท่ากัน  โดยในนมขาดไขมันที่ให้พลังงาน 110 แคลอรี จะให้แคลเซียม 373 มิลลิกรัม, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 120 แคลอรี ให้แคลเซียม 189 มิลลิกรัม, นมเปรี้ยวพร่องมันเนย 140 แคลอรี ให้แคลเซียม 114 มิลลิกรัม, นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 70 แคลอรี และมีแคลเซียม 54 มิลลิกรัมค่ะ  นอกจากนี้แร่ธาตุในนมอย่างฟอสฟอรัสและแมกนีเซียม ก็ยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดขวางการสร้าง หรือสะสมไขมันของร่างกาย ส่วนโปรตีนก็ช่วยเสริมกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราในกระบวนการเมตาบอลิซึ่มได้ มากขึ้นอีกด้วยค่ะ รู้แบบนี้ก็อย่าลืมหาซื้อนม หรือโยเกิร์ตไว้ติดตู้เย็นเลยนะคะ จะได้ผอมเพรียวได้ดั่งใจสักที]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/Food/Eating%20-%20Drinking/milk00.jpg" alt="ดื่มนม" /></p>
<p>เคล็ดลับอันนี้คงเป็นที่ถูกใจของสาว ๆ ที่ชื่นชอบการดื่มอยู่แล้วนะคะ เพราะการที่คุณดื่มนมหรือทานโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยลดน้ำหนักลงได้ ด้วยคุณประโยชน์ที่มีในน้ำนมอย่างแคลเซียมนั่นแหละค่ะ ที่เป็นคำตอบในการลดน้ำหนัก เพราะแคลเซียมจะไปขัดขวางการสร้างหรือสะสมของไขมันในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลทำให้ระบบการเผาผลาญดีมากขึ้น และทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุดค่ะ และถ้าหากคุณสามารถดื่มนมได้วันละ 3-4 กล่อง ก็จะยิ่งทำให้น้ำหนักลดลงได้มากกว่าการทานอาหารเสริมที่แคลเซียมเป็นส่วนประกอบซะอีกนะคะ</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/arrow.gif" alt="" border="0" /> ถ้าหากใครที่กำลังจะหันมาดื่มนมเพื่อลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ ควรจะคำนึงถึงปริมาณแคลเซียมและโปรตีนที่จะได้รับจากการดื่มนมชนิดนั้น ๆ ด้วย ซึ่งควรเลือกชนิดที่ให้แคลเซียมและโปรตีนสูง แต่ให้พลังงานต่ำ เช่น นมพร่องไขมัน นมขาดมันเนย หรือโยเกิร์ตพร่องไขมัน เป็นต้น ที่สำคัญต้องเลือกแบบรสธรรมชาติ หรือรสจืดมากกว่ารสอื่น ๆ เพราะมีการปรุงแต่งหรือเติมน้ำตาลในประมาณที่น้อย และปริมาณแคลเซียมในนมแต่ละชนิดก็ไม่เท่ากัน</p>
<div><img src="http://img.kapook.com/image/Food/Eating%20-%20Drinking/yogurt_.jpg" alt="โยเกิร์ต" width="300" height="450" border="0" /></div>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/arrow.gif" alt="" border="0" /> โดยในนมขาดไขมันที่ให้พลังงาน 110 แคลอรี จะให้แคลเซียม 373 มิลลิกรัม, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 120 แคลอรี ให้แคลเซียม 189 มิลลิกรัม, นมเปรี้ยวพร่องมันเนย 140 แคลอรี ให้แคลเซียม 114 มิลลิกรัม, นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 70 แคลอรี และมีแคลเซียม 54 มิลลิกรัมค่ะ</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/arrow.gif" alt="" border="0" /> นอกจากนี้แร่ธาตุในนมอย่างฟอสฟอรัสและแมกนีเซียม ก็ยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดขวางการสร้าง หรือสะสมไขมันของร่างกาย ส่วนโปรตีนก็ช่วยเสริมกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราในกระบวนการเมตาบอลิซึ่มได้ มากขึ้นอีกด้วยค่ะ</p>
<p>รู้แบบนี้ก็อย่าลืมหาซื้อนม หรือโยเกิร์ตไว้ติดตู้เย็นเลยนะคะ จะได้ผอมเพรียวได้ดั่งใจสักที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ้วน! ระวัง ไขมันคั่งในตับ</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 16:17:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[โรคของคนอ้วน ส่วนมากเราจะรู้จักกันแต่โรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตสูง ขณะที่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า คนที่มีลักษณะ อ้วนลงพุง ยังก่อให้เกิด “ภาวะไขมันคั่งในตับ” ได้โดยที่โรคนี้จะไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ จนกระทั่งตับอักเสบและดำเนินโรคไปสู่ระยะตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับและเสียชีวิตในที่สุด พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก อวัยวะหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ ช่วยสร้างน้ำดีและโปรตีนที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย ช่วยย่อยไขมัน โดยธรรมชาติตับของเราจะมีสีน้ำตาลแดง หากตับมีภาวะความเสี่ยงที่มีไขมันสะสมจะเริ่มกลายเป็นสีขาว เนื่องจากมีไขมันคั่งอยู่ในตับ! &#160; ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นไขมัน คั่งในตับมักอยู่ในกลุ่มแรกมีเกณฑ์การวินิจฉัย คือ ต้องมีความผิด ปกติอย่างน้อย 3 ใน  5 ข้อดังต่อไปนี้ ได้แก่ 1.อ้วนลงพุง 2.ระดับไขมันไตรกลี  เซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล. 3.ระดับไขมันเอ ช-ดี-แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ในผู้ชายน้อยกว่า 40 มก./ดล. และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มก./ดล. 4.ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือทานยาลดความดันโลหิตอยู่และ 5.ระดับน้ำตาล ขณะอดอาหารมากกว่า 110 มก./ดล &#160; โดยปกติร่างกายเผาผลาญไขมันต่าง ๆ จากเนื้อเยื่อนอกตับสามารถผ่านเข้าไปในตับได้แต่ตับก็มีขบวนการป้องกัน ไม่ให้ไขมันสะสมแต่ต้องอาศัยฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อไขมันเข้าไปเนื้อตับ บางส่วนตับจะส่งไขมันตัวนี้เข้าไปสลายให้เป็นพลังงานให้เราสามารถทำกิจวัตร ประจำวันได้ และไขมันส่วนที่เกินตับจะขับออกสู่กระแสเลือดได้ แต่ถ้าเมื่อใดมีภาวะดื้ออินซูลินขึ้นมาทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ มีการสลายไขมันออกมามากขึ้น เมื่อไขมันในเลือดมีมากก็เข้าสู่ตับมากขึ้น ในระยะแรกคนไข้อาจจะไม่มีอาการใด ๆ แต่บางรายอาจมีอาการปวดแน่นชายโครงด้านขวาหรืออาจตรวจอัลตราซาวด์เจอว่าตับ ขาวผิดปกติ และตรวจเลือดก็อาจจะปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า ไขมันสะสมอยู่เฉย ๆ แต่เวลาผ่านไปถ้าไขมันสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับจะมีการอักเสบขึ้นมา  เพราะว่าไขมันตัวนี้จะปล่อยสารบางอย่างทำให้เกิดการอักเสบของตับ เมื่อเวลานานเข้าจะดำเนินโรคไปสู่ โรคตับแข็งโดยที่เราไม่ต้องดื่มเหล้า หรือไม่ได้เป็นไวรัสตับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://variety.teenee.com/science/img2/124789.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size: small;">โรคของคนอ้วน ส่วนมากเราจะรู้จักกันแต่โรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตสูง ขณะที่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า <span style="color: #008000;">คนที่มีลักษณะ อ้วนลงพุง ยังก่อให้เกิด “ภาวะไขมันคั่งในตับ” ได้โดยที่โรคนี้จะไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ </span><strong><em><span style="color: #ff0000;">จนกระทั่งตับอักเสบและดำเนินโรคไปสู่ระยะตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับและเสียชีวิตในที่สุด<br />
</span></em></strong><br />
พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก อวัยวะหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ ช่วยสร้างน้ำดีและโปรตีนที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย ช่วยย่อยไขมัน <strong><span style="color: #0000ff;">โดยธรรมชาติตับของเราจะมีสีน้ำตาลแดง หากตับมีภาวะความเสี่ยงที่มีไขมันสะสมจะเริ่มกลายเป็นสีขาว เนื่องจากมีไขมันคั่งอยู่ในตับ!</span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นไขมัน คั่งในตับมักอยู่ในกลุ่มแรกมีเกณฑ์การวินิจฉัย คือ ต้องมีความผิด ปกติอย่างน้อย 3 ใน  5 ข้อดังต่อไปนี้ ได้แก่</strong></span></p>
<p>1.อ้วนลงพุง<br />
2.ระดับไขมันไตรกลี  เซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล.<br />
3.ระดับไขมันเอ ช-ดี-แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ในผู้ชายน้อยกว่า 40 มก./ดล. และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มก./ดล.<br />
4.ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือทานยาลดความดันโลหิตอยู่และ<br />
5.ระดับน้ำตาล ขณะอดอาหารมากกว่า 110 มก./ดล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #3366ff;">โดยปกติร่างกายเผาผลาญไขมันต่าง ๆ จากเนื้อเยื่อนอกตับสามารถผ่านเข้าไปในตับได้แต่ตับก็มีขบวนการป้องกัน<br />
</span></strong><br />
ไม่ให้ไขมันสะสมแต่ต้องอาศัยฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อไขมันเข้าไปเนื้อตับ บางส่วนตับจะส่งไขมันตัวนี้เข้าไปสลายให้เป็นพลังงานให้เราสามารถทำกิจวัตร ประจำวันได้ และไขมันส่วนที่เกินตับจะขับออกสู่กระแสเลือดได้ แต่ถ้าเมื่อใดมีภาวะดื้ออินซูลินขึ้นมาทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ มีการสลายไขมันออกมามากขึ้น <strong><span style="color: #ff0000;">เมื่อไขมันในเลือดมีมากก็เข้าสู่ตับมากขึ้น ในระยะแรกคนไข้อาจจะไม่มีอาการใด ๆ แต่บางรายอาจมีอาการปวดแน่นชายโครงด้านขวา</span></strong>หรืออาจตรวจอัลตราซาวด์เจอว่าตับ ขาวผิดปกติ และตรวจเลือดก็อาจจะปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า ไขมันสะสมอยู่เฉย ๆ แต่เวลาผ่านไปถ้าไขมันสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับจะมีการอักเสบขึ้นมา  เพราะว่าไขมันตัวนี้จะปล่อยสารบางอย่างทำให้เกิดการอักเสบของตับ เมื่อเวลานานเข้าจะดำเนินโรคไปสู่ โรคตับแข็งโดยที่เราไม่ต้องดื่มเหล้า หรือไม่ได้เป็นไวรัสตับ<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลิกเถอะการพลีกายมัดใจผู้ชาย</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 09:59:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; ใช้เซ็กส์มาล่อ&#8230;หวังให้เขาจริงจังด้วย นี่คือการตัดสินใจผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารของผู้หญิง เสียน้ำตาและเจ็บแสบกันมานักต่อนัก เพราะคิดว่า ถ้าชอบผู้ชายคนไหนแล้วยอมพลีกายถวายตัวให้ทั้งที่รู้จักกันได้ไม่นาน ยังไม่รู้นิสัยใจคอดีพอ จะทำให้เขารักเรามากขึ้นและผูกใจไว้ได้ ซึ่งความจริงแล้วต่อให้เซ็กส์สุดเหวี่ยงแค่ไหนก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะลงเอยที่การแต่งงานกัน ใช้เซ็กส์สร้างความผูกพันชิดใกล้ ผู้หญิงบางคนคิดว่าถ้ายังไม่มีเซ็กส์ก็ดูเหมือนไม่ใกล้ชิดกัน ก็เลยใช้เซ็กส์มาเป็นตัวสร้างความรู้สึกชิดเชื้อและเป็นตัวเร่งให้เกิดความรัก เซ็กส์เป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่งก็จริง แต่ไม่ใช่วิธีที่ทำให้รักสมหวัง ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเอาเซ็กส์ไปปนกับความรักลึกซึ้งดื่มด่ำ เซ็กส์เป็นอารมณ์รักใกล้ชิดลึกซึ้งแบบหนึ่ง แต่คล้ายกับความลุ่มหลงเหมือนคนติดยามากกว่า อาการแบบนี้พอนานวันเข้าเริ่มคุ้นเคยชาชินก็มักจะจืดจางลงอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ามีความรักความผูกพันเป็นพื้นฐานมาก่อนก็ยังสามารถอยู่กันไปได้อีกนาน ซึ่งความผูกพันนั้นต้องใช้เวลาสะสมสร้างเสริมกันมา ไม่ใช่แค่กระโจนขึ้นเตียงก็เกิดความผูกพันกันแล้ว ผู้หญิงที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำมักจะใช้เซ็กส์กรุยทางไปสู่ความรัก และมักจบลงที่ผุ้ชายไม่คิดจริงจังด้วย พอเบื่อก็ตีจาก เซ็กส์กับความรัก ผู้ชายไม่จำเป็นต้องรู้สึกพิเศษกับผู้หญิงที่ตัวเองมีเซ็กส์ด้วย แต่ผู้หญิงจะมีเซ็กส์กับคนที่ตัวเองชอบ แล้วพอมีอะไรกันแล้วก็จะรู้สึกผูกพันกับผู้ชายคนนั้น ดังนั้นถ้ามีเซ็กส์กันแล้วผู้ชายหายเงียบไป ผู้หญิงจะกลุ้มใจมาก เพราะคิดว่าเขาคงจริงจังด้วยถ้ายอมพลีกายให้แล้ว หลังจากนั้นก็จะเริ่มรอคอยให้เขาจริงจังและวาดฝันถึงการแต่งงาน โดยมีเซ็กส์กับผู้ชายไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่านี่คือการสร้างความผูกพันทางกายซึ่งน่าจะสื่อไปถึงจิตใจได้ แล้วผู้หญิงก็จะเร่งรัดเรียกร้อง ทั้งที่ยังรู้จักนิสัยใจคอกันไม่ดีพอ นานวันเข้าผู้ชายก็เบื่อหน่ายและตีตัวออกห่างในที่สุด คอยเมื่อพร้อม ขอแนะนำว่าอย่าด่วนใจร้อนมีเซ็กส์กับคนที่เราชอบเร็วเกินไป ทั้งที่เพิ่งคบกัน ควรรอให้เกิดความใกล้ชิด ไว้วางใจกัน มีความรักความเข้าใจกัน และคิดจริงจังกันก่อนดีกว่า นั่นคือสร้างความผูกพันทางใจก่อนเป้นพื้นฐาน แล้วค่อยสร้างความผูกพันทางกาย เพื่อเป็นรากฐานให้ความสัมพันธ์มั่นคงแข็งแรง เพราะถ้าสร้างความผูกพันทางกายก่อน โดยที่ความผูกพันทางใจยังง่อนแง่น ความผูกพันทางกายนี่ละจะเป็นตัวบั่นทอนความรู้สึกดี ๆ ที่มีอยู่ อย่ากลัวว่าเขาจะหาว่าเราเล่นตัว กลัวว่าถ้าไม่ยอมมีอะไรด้วยแล้วเขาจะไปหาผู้หญิงอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ปล่อยไปเถอะ เพราะผู้ชายที่คิดแบบนั้นจะเป็นผู้ชายที่ตีตัวออกห่างทันทีที่ได้เราแล้ว.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://uppic.happymass.com/upload/47ede5bb6cc577b23af4ef5650b226ee.jpg" alt="" width="337" height="507" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ใช้เซ็กส์มาล่อ&#8230;หวังให้เขาจริงจังด้วย<br />
</strong>นี่คือการตัดสินใจผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารของผู้หญิง เสียน้ำตาและเจ็บแสบกันมานักต่อนัก เพราะคิดว่า ถ้าชอบผู้ชายคนไหนแล้วยอมพลีกายถวายตัวให้ทั้งที่รู้จักกันได้ไม่นาน ยังไม่รู้นิสัยใจคอดีพอ จะทำให้เขารักเรามากขึ้นและผูกใจไว้ได้ ซึ่งความจริงแล้วต่อให้เซ็กส์สุดเหวี่ยงแค่ไหนก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะลงเอยที่การแต่งงานกัน<br />
<strong>ใช้เซ็กส์สร้างความผูกพันชิดใกล้<br />
</strong>ผู้หญิงบางคนคิดว่าถ้ายังไม่มีเซ็กส์ก็ดูเหมือนไม่ใกล้ชิดกัน ก็เลยใช้เซ็กส์มาเป็นตัวสร้างความรู้สึกชิดเชื้อและเป็นตัวเร่งให้เกิดความรัก เซ็กส์เป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่งก็จริง แต่ไม่ใช่วิธีที่ทำให้รักสมหวัง ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเอาเซ็กส์ไปปนกับความรักลึกซึ้งดื่มด่ำ เซ็กส์เป็นอารมณ์รักใกล้ชิดลึกซึ้งแบบหนึ่ง แต่คล้ายกับความลุ่มหลงเหมือนคนติดยามากกว่า อาการแบบนี้พอนานวันเข้าเริ่มคุ้นเคยชาชินก็มักจะจืดจางลงอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ามีความรักความผูกพันเป็นพื้นฐานมาก่อนก็ยังสามารถอยู่กันไปได้อีกนาน ซึ่งความผูกพันนั้นต้องใช้เวลาสะสมสร้างเสริมกันมา ไม่ใช่แค่กระโจนขึ้นเตียงก็เกิดความผูกพันกันแล้ว ผู้หญิงที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำมักจะใช้เซ็กส์กรุยทางไปสู่ความรัก และมักจบลงที่ผุ้ชายไม่คิดจริงจังด้วย พอเบื่อก็ตีจาก<br />
<strong>เซ็กส์กับความรัก<br />
</strong>ผู้ชายไม่จำเป็นต้องรู้สึกพิเศษกับผู้หญิงที่ตัวเองมีเซ็กส์ด้วย แต่ผู้หญิงจะมีเซ็กส์กับคนที่ตัวเองชอบ แล้วพอมีอะไรกันแล้วก็จะรู้สึกผูกพันกับผู้ชายคนนั้น ดังนั้นถ้ามีเซ็กส์กันแล้วผู้ชายหายเงียบไป ผู้หญิงจะกลุ้มใจมาก เพราะคิดว่าเขาคงจริงจังด้วยถ้ายอมพลีกายให้แล้ว หลังจากนั้นก็จะเริ่มรอคอยให้เขาจริงจังและวาดฝันถึงการแต่งงาน โดยมีเซ็กส์กับผู้ชายไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่านี่คือการสร้างความผูกพันทางกายซึ่งน่าจะสื่อไปถึงจิตใจได้ แล้วผู้หญิงก็จะเร่งรัดเรียกร้อง ทั้งที่ยังรู้จักนิสัยใจคอกันไม่ดีพอ นานวันเข้าผู้ชายก็เบื่อหน่ายและตีตัวออกห่างในที่สุด<br />
<strong>คอยเมื่อพร้อม<br />
</strong>ขอแนะนำว่าอย่าด่วนใจร้อนมีเซ็กส์กับคนที่เราชอบเร็วเกินไป ทั้งที่เพิ่งคบกัน ควรรอให้เกิดความใกล้ชิด ไว้วางใจกัน มีความรักความเข้าใจกัน และคิดจริงจังกันก่อนดีกว่า นั่นคือสร้างความผูกพันทางใจก่อนเป้นพื้นฐาน แล้วค่อยสร้างความผูกพันทางกาย เพื่อเป็นรากฐานให้ความสัมพันธ์มั่นคงแข็งแรง เพราะถ้าสร้างความผูกพันทางกายก่อน โดยที่ความผูกพันทางใจยังง่อนแง่น ความผูกพันทางกายนี่ละจะเป็นตัวบั่นทอนความรู้สึกดี ๆ ที่มีอยู่</p>
<p><strong>อย่ากลัวว่าเขาจะหาว่าเราเล่นตัว กลัวว่าถ้าไม่ยอมมีอะไรด้วยแล้วเขาจะไปหาผู้หญิงอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ปล่อยไปเถอะ เพราะผู้ชายที่คิดแบบนั้นจะเป็นผู้ชายที่ตีตัวออกห่างทันทีที่ได้เราแล้ว.</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลิกวิกฤตสาวนักช้อป!</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 05:53:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยของชิ้นโปรด แถมในมือก็ยังมีของชิ้นใหม่ที่เพิ่งซื้อมา คุณปราณี พุ่มกัน จึงคิดว่าคงต้องปล่อยของกันบ้าง เธอเลือกที่จะหยิบกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เธอชอบซื้อมากที่สุดแต่ไม่ค่อยได้ใส่ออกมาขาย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพเสริมที่เธอจะทำทุกวันหลังเลิกงาน รื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อสร้างรายได้ &#8220;ต้องยอมรับก่อนเลยค่ะว่าเป็นคนชอบชอปปิงมาก วันหนึ่งก็ขอให้ได้ดู ขอให้ได้ซื้อ เสื้อผ้าบางตัวซื้อมาพอถึงบ้านก็ใส่ไม่ได้ จะเอาไปคืนเขาก็ไม่รับคืน ยิ่งเป็นพวกกางเกงขาสั้นแล้วละก็&#8230; ขอบอกเลยว่าดูดเงินพี่ไปได้เยอะแล้ว แต่ด้วยสรีระของพี่ที่เป็นคนอวบนิดๆ (หัวเราะ) เวลาร้านไม่ให้ลองพี่ก็จะซื้อมาเลย พอซื้อมาก็มักจะติดต้นขาบ้าง ติดสะโพกบ้าง พี่ก็เลยไม่ได้ใส่ กองอยู่ในตู้เสื้อผ้าจนมันมากขึ้นทุกวัน พี่เลยคิดว่าคงจะต้องเอาของที่เรามีไปขายบ้างแล้วล่ะ ตอนนั้นรวบรวมกางเกงยีนส์ขาสั้นในตู้เสื้อผ้าทั้งที่ใส่แล้ว และยังไม่ได้ใส่เกือบ 50 ตัว พี่ตกใจมากที่เรามีเยอะขนาดนี้ เลยรีบหาที่ขายของ ทำเลแรกที่พี่คิดคือ สยาม&#8221; ทำเลทองมันไม่ ง่ายอย่างที่คิด &#8220;สยาม ถือเป็นจุดศูนย์กลางแฟชั่นของคนกรุงเทพฯ คนผ่านไปผ่านมาหลายพันคนต่อวัน อีกอย่างที่ทำงานพี่อยู่ใกล้สยามมาก เลิกงานเสร็จก็แค่เตรียมของมาขายใกล้ๆ พี่เป็นคนชอบช้อปอย่างที่บอกไป ก็มักจะเจอคนมาปูผ้าขายของแถวริมถนนที่สยาม พี่เลยลองถามแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นดู จนรู้ว่าสยามแบ่งเป็นสามช่วง คนที่ดูแลก็จะมี 3 คน และค่าที่ก็ไม่แพง อยู่ที่ 150 บาท ขายได้ตั้งแต่สามทุ่มถึงห้าทุ่ม แต่ที่ขายเต็มหมดแล้ว ถ้าจะขายก็ต้องมานั่งรอร้านที่เขาขายประจำไม่มา ซึ่งพี่คิดว่ามันเสี่ยงมากที่จะต้องมาลุ้นรอขาย แต่โชคก็เข้าข้าง น้องที่พี่รู้จักเขาขายประจำอยู่ที่นี่ และเขากำลังจะเลิกขายของ เขาเลยโทรมาบอกให้พี่ขายต่อได้ ซึ่งทำเลที่ขายดีมากเพราะอยู่ตรงกลางๆ โซน&#8221; ตะลุย โรงเกลือเพื่อลดต้นทุน &#8220;กางเกงที่ร้านจะเป็นกางเกงยีนส์มือสอง ช่วงแรกๆ ก็จะเป็นกางเกงของพี่เอง แต่พอใกล้หมด พี่ก็ต้องหาของมาเพิ่ม พี่เริ่มติดต่อเพื่อนที่เขานำของมาจากตลาดโรงเกลือ เขาให้พี่ซื้อกางเกงยีนส์ขาสั้นต่อเขาตัวละ 100 บาท พี่คิดว่ามันแพงเกินไป เพราะของที่ร้านพี่จะขายอยู่ที่ 170 บาท กำไร และค่าเหนื่อยจะไม่คุ้ม พี่เลยลองไปที่ตลาดโรงเกลือด้วยตัวเอง ไปแบบคนไม่รู้จริงๆ เดินหาสิ่งที่ต้องการเกือบหมดวัน จนมีคนท้องที่พาพี่ไปเจอแหล่งกางเกงยีนส์ในโรงเกลือ พี่ไม่เลือกซื้อของมาเป็นกระสอบ พี่ว่ามันเสี่ยงเกินไป เลยยอมซื้อราคาแพง ซึ่งราคาจะตกอยู่ที่ตัวละ 50-80 บาท พี่จะเลือกตัวที่มีสภาพดีๆ เนื่องด้วยพี่เป็นผู้หญิงทำให้พี่จะคิดถึงสรีระของผู้หญิงส่วนใหญ่ โดยพี่จะเน้นไปที่สะโพกกับความกว้างของขากางเกง เพราะผู้หญิงไทยมักจะมีปัญหาเรื่องสะโพกกับต้นขาที่ใหญ่ กางเกงร้านพี่จะมีรอบเอวตั้งแต่ 24-42 นิ้ว และทุกตัวที่ซื้อกลับมา พี่จะต้องเอามาส่งแก้ทรงกางเกง และทำความสะอาด ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นอีก&#8221; กำไรต่ำแถมเน้นการบริการ &#8220;ลูกค้า ส่วนใหญ่จะชอบกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ร้านพี่มาก เพราะราคาถูกและสภาพดีทุกตัว ส่วนใหญ่ก็จะมีคำถามว่า พี่ขายได้ยังไงตัวละแค่ 170 บาท เพราะแถวๆ นั้นจะขายอยู่ที่ 250 บาทขึ้นไป อย่างที่บอกไป ต้นทุนค่ากางเกงยีนส์อย่างเดียวก็เกือบหนึ่งร้อยบาทแล้ว ยังจะมีค่าเช่าที่กับค่าแรงอีก แถมพี่ก็ชอบลดราคาให้ลูกค้าก่อนต่อด้วย พี่จะบอกลูกค้าเสมอว่า นี่คือกางเกงยีนส์มือสอง ราคาที่ตั้งจะไม่สูงมาก แต่พี่จะเน้นขายของให้ได้จำนวนมากๆ และพี่จะซื้อใจลูกค้าด้วยการบริการที่ดี การคุยกับลูกค้าหรือการให้ลูกค้าได้ลองสวมใส่ก่อนซื้อถือเป็นการบริการที่ พี่อยากทำให้ พี่เคยเป็นคนซื้อมาก่อนพี่ย่อมรู้ดีว่าลูกค้าต้องการของดี ราคาถูก และบริการที่เป็นมิตร เมื่อลูกค้าชอบในสินค้าและบริการของพี่แล้ว ลูกค้าก็จะบอกกันปากต่อปาก พากันมาซื้อ ทำให้พี่มีรายได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะและน่าพอใจ เพราะเราขายของแค่ไม่กี่ชั่วโมง&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/6f268efedfe36661edc95fb228eb26aa.jpg" alt="" /></strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>เมื่อตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยของชิ้นโปรด แถมในมือก็ยังมีของชิ้นใหม่ที่เพิ่งซื้อมา คุณปราณี พุ่มกัน จึงคิดว่าคงต้องปล่อยของกันบ้าง เธอเลือกที่จะหยิบกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เธอชอบซื้อมากที่สุดแต่ไม่ค่อยได้ใส่ออกมาขาย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพเสริมที่เธอจะทำทุกวันหลังเลิกงาน</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong><br />
</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>รื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อสร้างรายได้</strong><br />
&#8220;ต้องยอมรับก่อนเลยค่ะว่าเป็นคนชอบชอปปิงมาก วันหนึ่งก็ขอให้ได้ดู ขอให้ได้ซื้อ เสื้อผ้าบางตัวซื้อมาพอถึงบ้านก็ใส่ไม่ได้ จะเอาไปคืนเขาก็ไม่รับคืน ยิ่งเป็นพวกกางเกงขาสั้นแล้วละก็&#8230; ขอบอกเลยว่าดูดเงินพี่ไปได้เยอะแล้ว แต่ด้วยสรีระของพี่ที่เป็นคนอวบนิดๆ (หัวเราะ) เวลาร้านไม่ให้ลองพี่ก็จะซื้อมาเลย พอซื้อมาก็มักจะติดต้นขาบ้าง ติดสะโพกบ้าง พี่ก็เลยไม่ได้ใส่ กองอยู่ในตู้เสื้อผ้าจนมันมากขึ้นทุกวัน พี่เลยคิดว่าคงจะต้องเอาของที่เรามีไปขายบ้างแล้วล่ะ ตอนนั้นรวบรวมกางเกงยีนส์ขาสั้นในตู้เสื้อผ้าทั้งที่ใส่แล้ว และยังไม่ได้ใส่เกือบ 50 ตัว พี่ตกใจมากที่เรามีเยอะขนาดนี้ เลยรีบหาที่ขายของ ทำเลแรกที่พี่คิดคือ สยาม&#8221;</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>ทำเลทองมันไม่ ง่ายอย่างที่คิด</strong><br />
&#8220;สยาม ถือเป็นจุดศูนย์กลางแฟชั่นของคนกรุงเทพฯ คนผ่านไปผ่านมาหลายพันคนต่อวัน อีกอย่างที่ทำงานพี่อยู่ใกล้สยามมาก เลิกงานเสร็จก็แค่เตรียมของมาขายใกล้ๆ พี่เป็นคนชอบช้อปอย่างที่บอกไป ก็มักจะเจอคนมาปูผ้าขายของแถวริมถนนที่สยาม พี่เลยลองถามแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นดู จนรู้ว่าสยามแบ่งเป็นสามช่วง คนที่ดูแลก็จะมี 3 คน และค่าที่ก็ไม่แพง อยู่ที่ 150 บาท ขายได้ตั้งแต่สามทุ่มถึงห้าทุ่ม แต่ที่ขายเต็มหมดแล้ว ถ้าจะขายก็ต้องมานั่งรอร้านที่เขาขายประจำไม่มา ซึ่งพี่คิดว่ามันเสี่ยงมากที่จะต้องมาลุ้นรอขาย แต่โชคก็เข้าข้าง น้องที่พี่รู้จักเขาขายประจำอยู่ที่นี่ และเขากำลังจะเลิกขายของ เขาเลยโทรมาบอกให้พี่ขายต่อได้ ซึ่งทำเลที่ขายดีมากเพราะอยู่ตรงกลางๆ โซน&#8221;</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>ตะลุย โรงเกลือเพื่อลดต้นทุน</strong><br />
&#8220;กางเกงที่ร้านจะเป็นกางเกงยีนส์มือสอง ช่วงแรกๆ ก็จะเป็นกางเกงของพี่เอง แต่พอใกล้หมด พี่ก็ต้องหาของมาเพิ่ม พี่เริ่มติดต่อเพื่อนที่เขานำของมาจากตลาดโรงเกลือ เขาให้พี่ซื้อกางเกงยีนส์ขาสั้นต่อเขาตัวละ 100 บาท พี่คิดว่ามันแพงเกินไป เพราะของที่ร้านพี่จะขายอยู่ที่ 170 บาท กำไร และค่าเหนื่อยจะไม่คุ้ม พี่เลยลองไปที่ตลาดโรงเกลือด้วยตัวเอง ไปแบบคนไม่รู้จริงๆ เดินหาสิ่งที่ต้องการเกือบหมดวัน จนมีคนท้องที่พาพี่ไปเจอแหล่งกางเกงยีนส์ในโรงเกลือ พี่ไม่เลือกซื้อของมาเป็นกระสอบ พี่ว่ามันเสี่ยงเกินไป เลยยอมซื้อราคาแพง ซึ่งราคาจะตกอยู่ที่ตัวละ 50-80 บาท พี่จะเลือกตัวที่มีสภาพดีๆ เนื่องด้วยพี่เป็นผู้หญิงทำให้พี่จะคิดถึงสรีระของผู้หญิงส่วนใหญ่ โดยพี่จะเน้นไปที่สะโพกกับความกว้างของขากางเกง เพราะผู้หญิงไทยมักจะมีปัญหาเรื่องสะโพกกับต้นขาที่ใหญ่ กางเกงร้านพี่จะมีรอบเอวตั้งแต่ 24-42 นิ้ว และทุกตัวที่ซื้อกลับมา พี่จะต้องเอามาส่งแก้ทรงกางเกง และทำความสะอาด ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นอีก&#8221;</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>กำไรต่ำแถมเน้นการบริการ</strong><br />
&#8220;ลูกค้า ส่วนใหญ่จะชอบกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ร้านพี่มาก เพราะราคาถูกและสภาพดีทุกตัว ส่วนใหญ่ก็จะมีคำถามว่า พี่ขายได้ยังไงตัวละแค่ 170 บาท เพราะแถวๆ นั้นจะขายอยู่ที่ 250 บาทขึ้นไป อย่างที่บอกไป ต้นทุนค่ากางเกงยีนส์อย่างเดียวก็เกือบหนึ่งร้อยบาทแล้ว ยังจะมีค่าเช่าที่กับค่าแรงอีก แถมพี่ก็ชอบลดราคาให้ลูกค้าก่อนต่อด้วย พี่จะบอกลูกค้าเสมอว่า นี่คือกางเกงยีนส์มือสอง ราคาที่ตั้งจะไม่สูงมาก แต่พี่จะเน้นขายของให้ได้จำนวนมากๆ และพี่จะซื้อใจลูกค้าด้วยการบริการที่ดี การคุยกับลูกค้าหรือการให้ลูกค้าได้ลองสวมใส่ก่อนซื้อถือเป็นการบริการที่ พี่อยากทำให้ พี่เคยเป็นคนซื้อมาก่อนพี่ย่อมรู้ดีว่าลูกค้าต้องการของดี ราคาถูก และบริการที่เป็นมิตร เมื่อลูกค้าชอบในสินค้าและบริการของพี่แล้ว ลูกค้าก็จะบอกกันปากต่อปาก พากันมาซื้อ ทำให้พี่มีรายได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะและน่าพอใจ เพราะเราขายของแค่ไม่กี่ชั่วโมง&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ข้อผิดพลาดในการแต่งหน้าที่ทำให้คุณดูแก่ลง</title>
		<link>http://fitnessunity.com/5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 05:50:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ถึงแม้การแต่งหน้าจะช่วยให้ผู้หญิงหลายๆคนดูสวยขึ้นได้ แต่ถ้าคุณทำอะไรผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ อาจทำให้คุณดูแก่ลงไปได้ถึง 10 ปีเลยนะ นี่คือข้อผิดพลาดที่คุณควรระวังไว้ 1. ครีมรองพื้นสีซีดไป จะทำให้ดูซีดเซียวหรือหน้าวอกไปเลย คุณควรเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวจริงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีจุดด่างดำ 2. ตาแพนด้า การใช้ดินสอเขียนขอบตาล่างอาจเกิดการไหลเยิ้มได้ เมื่อเจอกับเหงื่อหรือความมันบนใบหน้า คุณจึงควรเขียนเฉพาะขอบตาบนโดยวาดให้เป็นเส้นเรียวเล็กบริเวณหัวตา แล้วค่อยๆ หนาขึ้นไปทางหางตา 3. ขนตาลู่ลง มาสคาร่าแบบหนาๆ จะถ่วงน้ำหนักเส้นขนตาให้ลู่ลงมาได้ ฉะนั้นก็ เลือกแบบที่บางเบาหน่อย แล้วอย่าปัดเยอะเกินไป นอกจากนี้ก็อย่าแต่งเติมมาสคาร่าในระหว่างวันเกินสองครั้ง 4. แก้มเป็นวงเหมือนตัวตลก นอกจากจะดูผิดธรรมชาติแล้ว ยังทำให้ดูแก่ลงด้วย ควรปัดบลัชออนไปตามโครงสร้างของโหนกแก้ม และอย่าปัดให้มากเกิน เพราะอาจไปจับตัวอยู่ตามร่องผิว โดยเฉพาะถ้าคุณผิวแห้ง 5. ทาลิปสติกอย่างเดียว ถ้าคุณทาลิปสติกเพียงอย่างเดียว โดยไม่แตะต้องส่วนอื่นๆ บนใบหน้าเลย ก็อาจทำให้คุณดูแก่ลงได้ ฉะนั้น ก็ปัดบลัชออนหรือบรอนเซอร์ลงไปอีกนิด ปัดมาสคาร่าอีกหน่อย ก็จะช่วยให้คุณดูสวยขึ้นได้โดยไม่เสียเวลามาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/95167796e8b9bec95b50e2495a17568f.jpg" alt="" width="240" height="360" /></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ถึงแม้การแต่งหน้าจะช่วยให้ผู้หญิงหลายๆคนดูสวยขึ้นได้ แต่ถ้าคุณทำอะไรผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ อาจทำให้คุณดูแก่ลงไปได้ถึง 10 ปีเลยนะ นี่คือข้อผิดพลาดที่คุณควรระวังไว้</strong></p>
<p><strong>1. ครีมรองพื้นสีซีดไป </strong>จะทำให้ดูซีดเซียวหรือหน้าวอกไปเลย คุณควรเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวจริงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีจุดด่างดำ</p>
<p><strong>2. ตาแพนด้า </strong>การใช้ดินสอเขียนขอบตาล่างอาจเกิดการไหลเยิ้มได้ เมื่อเจอกับเหงื่อหรือความมันบนใบหน้า คุณจึงควรเขียนเฉพาะขอบตาบนโดยวาดให้เป็นเส้นเรียวเล็กบริเวณหัวตา แล้วค่อยๆ หนาขึ้นไปทางหางตา</p>
<p><strong>3. ขนตาลู่ลง</strong> มาสคาร่าแบบหนาๆ จะถ่วงน้ำหนักเส้นขนตาให้ลู่ลงมาได้ ฉะนั้นก็ เลือกแบบที่บางเบาหน่อย แล้วอย่าปัดเยอะเกินไป นอกจากนี้ก็อย่าแต่งเติมมาสคาร่าในระหว่างวันเกินสองครั้ง</p>
<p><strong>4. แก้มเป็นวงเหมือนตัวตลก</strong> นอกจากจะดูผิดธรรมชาติแล้ว ยังทำให้ดูแก่ลงด้วย ควรปัดบลัชออนไปตามโครงสร้างของโหนกแก้ม และอย่าปัดให้มากเกิน เพราะอาจไปจับตัวอยู่ตามร่องผิว โดยเฉพาะถ้าคุณผิวแห้ง</p>
<p><strong>5. ทาลิปสติกอย่างเดียว</strong> ถ้าคุณทาลิปสติกเพียงอย่างเดียว โดยไม่แตะต้องส่วนอื่นๆ บนใบหน้าเลย ก็อาจทำให้คุณดูแก่ลงได้ ฉะนั้น ก็ปัดบลัชออนหรือบรอนเซอร์ลงไปอีกนิด ปัดมาสคาร่าอีกหน่อย ก็จะช่วยให้คุณดูสวยขึ้นได้โดยไม่เสียเวลามาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กอดนั้น สำคัญไฉน?</title>
		<link>http://fitnessunity.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://fitnessunity.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 04:55:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>
		<category><![CDATA[slot]]></category>
		<category><![CDATA[sport]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://fitnessunity.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[ทำไมคุณถึงต้องการ &#8220;การกอด&#8221; มือของคุณที่ยื่นออกไปกอดผู้อื่นเมื่อเวลาที่มีปัญหานั้น มีพลังมากกว่าที่คุณคาดคิดมาก&#8230; การค้นพบใหม่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนีย และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวิสคอนซิน ระบุว่า มันช่วยทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวมีความเยือกเย็นลง นักประสาทวิทยาได้ให้สตรีที่สมรสแล้ว 16 คน มาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเครียด (พวกเธอทราบดีว่าได้รับการช๊อคด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ) พอให้อาสาสมัครชายที่มีความเป็นเพื่อนเข้ามาจับมือสตรีเหล่านั้นแล้ว ผลสแกนพบว่า ส่วนของสมองที่ตอบสนองต่ออันตรายนั้นมีกิจกรรมลดน้อยลง และผลยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้ที่ยื่นมือให้จับเป็นคู่สมรสของสตรีเหล่านี้เอง ด๊อกเตอร์ เจมส์ โคแอน, Ph.D. หัวหน้านักวิจัย และศาสตราจารย์ภาควิชาจิตวิทยา และวิทยาศาสตร์ด้านประสาทจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนียระบุว่า &#8220;ที่จิตใจผ่อนคลายลงอาจเป็นเพราะมีใครบางคนอยู่ที่นั่นคอยช่วยเหลืออยู่&#8221; ส่วนการสัมผัสในรูปแบบอื่น เช่น การกอด, โอบไหล่ ก็ยังอาจช่วยลดความกระวนกระวาย และลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดที่สมองผลิตลงได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><img src="http://uppic.happymass.com/upload/026dd37cacb4656d9b314446caf3c788.jpg" alt="" width="400" height="266" /></strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><strong>ทำไมคุณถึงต้องการ &#8220;การกอด&#8221;</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>มือของคุณที่ยื่นออกไปกอดผู้อื่นเมื่อเวลาที่มีปัญหานั้น มีพลังมากกว่าที่คุณคาดคิดมาก&#8230;</strong></p>
<p style="text-align: justify;">การค้นพบใหม่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนีย และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวิสคอนซิน ระบุว่า มันช่วยทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวมีความเยือกเย็นลง นักประสาทวิทยาได้ให้สตรีที่สมรสแล้ว 16 คน มาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเครียด (พวกเธอทราบดีว่าได้รับการช๊อคด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ) พอให้อาสาสมัครชายที่มีความเป็นเพื่อนเข้ามาจับมือสตรีเหล่านั้นแล้ว ผลสแกนพบว่า ส่วนของสมองที่ตอบสนองต่ออันตรายนั้นมีกิจกรรมลดน้อยลง และผลยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้ที่ยื่นมือให้จับเป็นคู่สมรสของสตรีเหล่านี้เอง</p>
<p style="text-align: justify;">ด๊อกเตอร์ เจมส์ โคแอน, Ph.D. หัวหน้านักวิจัย และศาสตราจารย์ภาควิชาจิตวิทยา และวิทยาศาสตร์ด้านประสาทจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนียระบุว่า &#8220;ที่จิตใจผ่อนคลายลงอาจเป็นเพราะมีใครบางคนอยู่ที่นั่นคอยช่วยเหลืออยู่&#8221; ส่วนการสัมผัสในรูปแบบอื่น เช่น การกอด, โอบไหล่ ก็ยังอาจช่วยลดความกระวนกระวาย และลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดที่สมองผลิตลงได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://fitnessunity.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

